วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เราคัดผลิภัณฑ์ เพื่อคุณและครอบครัวให้มีสุขภาพดี
หน้าแรก
ดีคอนแทค D-contact
อเลอไทด์ Alertide
โกเรจินส์-ดี Koregins-D
วีโว่ Viewo
ดีโอโร่ D-oro
ดีเท็นพลัส D-10 plus
ดิเท็นซิสเต็ม Di-10 system
สโนวี่พาวเดอร์ Snowy Powder
อัลฟ่า จี Alpha G
ดีบูนผง D-Boon powder
ดีบูนเน่ D-Boone Capsule
ดีโปรเวย์โปรตีน D-Pro Whey Protien
ดีฟู อาหาร 5 หมู่ D-Fo
ยาสีฟันสมุนไรพ Sudfahsai Toothpast
บาธออย Bath oil
สะสมเนื้อกระดูกช่วงวัยรุ่น ป้องกันกระดูกพรุนตอนแก่
กระดูกพรุน
ป้องกันโรคกระดูกพรุน
สะสมเนื้อกระดูกช่วงวัยรุ่น ป้องกันกระดูกพรุนตอนแก่
สะสมเนื้อ
กระดูก
ให้มากที่สุดในช่วงวัยรุ่น เหตุมวลกระดูกค่อย ๆ หายไปเมื่ออายุมากขึ้น เสี่ยงโรคกระดูกพรุน แนะกินอาหารแคลเซียมสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันได้
กระดูก
เป็นเนื้อเยื่อพิเศษ มีหน้าที่เป็นโครงสร้างสำหรับเป็นที่เกาะของกล้ามเนื้อและเอ็นยึดต่าง ๆ เป็นเกราะป้องกันการกระทบกระแทกเป็นแกนสำหรับการเคลื่อนไหวที่เกิดจากการดึงหรือหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นแหล่งสังเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ รวมทั้งเป็นคลังของเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกาย คือ แคลเซียม
โรคกระดูกพรุน
คือ ภาวะที่เนื้อเยื่อกระดูกผุกร่อนไปจากปกติโครงกระดูกซึ่งเคยแข็งแกร่งจะเปลี่ยนเป็นโครงที่ผุกร่อนพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ โดยมีสาเหตุมาจากกระบวนการเสริมสร้างกระดูกลดลงและเนื้อเยื่อเสื่อมสลายในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
“ตามปกติเพศหญิงจะมีมวล
กระดูก
น้อยกว่าเพศชาย เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนเพศหญิง จึงมีอัตราการสูญเสียมากกว่าการสร้างกระดูก จึงทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน สำหรับอาการของโรคกระดูกพรุนมักจะไม่แสดงอาการเตือนภัยใด ๆ อาจมีแค่ปวดเมื่อย คนทั่วไปมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุนจนกว่าเข้าจะรับการรักษากระดูกจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการปวดหลัง หลังโก่งค่อมหรือโค้งงอ ตัวเตี้ยจากการยุบตัวลงของ
กระดูก
สันหลัง”
แนวทางการป้องกัน
โรคกระดูกพรุน
คือ การสะสมเนื้อกระดูกให้มากที่สุดในช่วงวัยรุ่น พยายามรักษาปริมาณเนื้อกระดูกให้คงเดิมมากที่สุดในวัยก่อนหมดประจำเดือน และชะลอการถดถอยของเนื้อกระดูก เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกหักในวัยหลังหมดประจำเดือน โดยเฉพาะตำแหน่งที่อาจเกิดขึ้นบ่อย ได้แก่ กระดูกข้อสะโพก กระดูกสันหลัง และ
กระดูก
ข้อมือ
นอกจากนี้ ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 800 - 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน และควรกินแคลเซียมหลังอาหารเพื่อสร้างความแข็งแรงให้
กระดูก
และฟัน เช่น นม เนยแข็ง ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อยพร้อม
กระดูก
กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ถั่วแดง งาดำ อาหารทะเล ผักใบเขียวทุกชนิด ดื่มน้ำที่มีสารฟลูออไรด์ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มสุรา ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรเพิ่มการดูดซึมสารแคลเซียมโดยการเพิ่มวิตามินดีในรูปของอาหารหรือยา อาหารวิตามินดีสูง ได้แก่ นม น้ำมันตับปลา เนยแข็ง เนย ไข่ และตับ เป็นต้น นอกจากนี้ การได้รับแสงแดดจะสามารถช่วยเพิ่มการสังเคราะห์วิตามินดี ทางผิวหนังได้อีกด้วย
ดีบูน บำรุงกระดูก
ดูแลกระดูกกันสักนิด
ดื่มน้ำเพื่อผิวสุขภาพดี
ดื่มน้ำเพื่อผิวสุขภาพดี
ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำถึง 70% โดยทุกเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบ และจะมีการหมุนเวียนน้ำในร่างกายตลอดเวลา ดังนั้นน้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากต่อมนุษย์เรา ซึ่ง ศ.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า โรคภัยไข้เจ็บในปัจจุบันก็เริ่มต้นมาจากสาเหตุง่ายๆ แต่ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจคือ เราดื่มน้ำน้อยจนเกินไป
การดื่มน้ำที่น้อยจนเกินไป ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของร่างกาย เมื่อร่างกายเจ็บป่วยร่างกายจึงเรียกร้องขอน้ำ แต่เรากลับไม่ทราบว่าร่างกายขาดน้ำแต่กลับไปพูดถึงการเป็นโรค เชื่อว่าทุกคนคงอยากให้ตัวเองมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เรามีวิธีแนะนำการดื่มน้ำเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีดังนี้
ดื่มน้ำสะอาด ปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดย 1แก้วมีขนาดประมาณ 240 ซีซี โดยระยะเวลาที่ควรดื่มในหนึ่งวันอาจเปลี่ยนแปลงได้บ้างเล็กน้อย ตามสะดวกคือ ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว ตอนสาย (ประมาณ 09.00-10.00 น.) 2 แก้ว ตอนบ่าย (ประมาณ 13.00-14.00 น.) 3 แก้ว ตอนเย็น (ประมาณ 19.00-20.00 น.) 3 แก้ว และก่อนเข้านอน 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้หลับสบาย
ไม่ดื่มน้ำที่ร้อนมากหรือเย็นจัด ถ้าเป็นน้ำอุ่นเล็กน้อยดื่มในตอนเช้าจะทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ลำไส้สะอาด
ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำครั้งละ 2-3 แก้ว ติดต่อกันทันทีให้ดื่มตามปกติ ค่อยๆจิบ
ไม่ควรดื่มน้ำมากประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนและหลังรับประทานอาหาร
ไม่ควรรับประทานอาหารพร้อมกับน้ำดื่มตลอดเวลา
ควรมีน้ำสะอาดบรรจุขวด สำหรับเป็นน้ำดื่มพกติดตัวขณะเดินทาง
การดื่มน้ำที่สะอาดอย่างเพียงพอจะช่วยให้ระบบในร่างกายได้รับการกระตุ้นและพร้อมที่จะทำงาน
ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
นัยน์ตาสดใสเป็นประกาย เพราะมีน้ำหล่อเลี้ยงแวววาวตลอด ไม่มีเส้นเลือดแดงก่ำ ไม่แสบตา ใบหน้าชุ่มชื่น เต่งตึงเป็นสีชมพู เพราะเลือดไหลเวียนดี ปาก ลิ้นสะอาด ไม่ร้อนใน ผิวกายไม่เหี่ยวย่น ลมหายใจสะอาดสดชื่น หายใจโล่งเย็น เลือดไม่ข้น การไหลเวียนเป็นไปได้ง่าย สูบฉีดดี หัวใจจึงไม่ทำงานหนัก ไม่เมื่อยล้า ไม่เหนื่อยง่าย หัวใจเป็นปกติ มีประสิทธิภาพดีและแข็งแรง ระบบขับถ่ายดี ไม่ท้องผูก ไตดี ปัสสาวะใสสะอาด ไม่ปวดหลังปวดเอว รูขุมขนมีเหงื่อชุ่มเสมอ
ดื่มน้ำเพื่อผิวสุขภาพดี
ดูแลผิวด้วยขั้นตอนเฉพาะ
ดูแลผิวด้วยขั้นตอนเฉพาะ
การดูแลผิวด้วยขั้นตอนเฉพาะก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน เพราะสภาพผิวของแต่ละคนอาจต่างกัน เช่น การผิดเพี้ยนของสีผิว,สิว,ริ้วรอย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นสร้างให้กับความกังวลให้กับหลายๆท่าน เกี่ยวกับสุขภาพและความงามของผิว
การบำรุงผิว(Nourish)
เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อต้านอนุมูลอิสระ และรักษาความอ่อนเยาว์ให้กับผิว
การรักษาผิว(Treat)
เป็นขั้นตอนการดูแลเฉพาะ เกี่ยวกับส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างผิวและการทำงาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นสูตรเฉพาะเจาะจงส่วนประกอบ
Refinish
คือขั้นตอนการรักษาและฟื้นฟูสภาพผิว เช่น รอยหลุมสิว รูขุมขนกว้าง เป็นการช่วยให้ผิวดูตื้นขึ้น และรูขุมขนกระชับ
การขัดผิว(Exfoliate)
คือการขจัดเซลล์ผิวที่ตายออก เพื่อให้มีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้เรียบเนียน และอ่อนเยาว์ชึ้น
การมาส์ก(Mask)
เป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่ต้องการ การดูแลเฉพาะซึ่งการมาส์กเป็นวิธีที่ดี สำหรับหลายๆปัญหาของผิว มาส์กบางชนิดช่วยแก้ปัญหาผิวโดยเฉพาะ บางชนิดช่วยดึงความสกปรกออกไป
การฟื้นฟูผิว(Revitalize)
คือผิวที่เหนื่อยและเครียด ผิวหย่อนคล้อย ขั้นตอนนี้คือการฟื้นฟูให้กลับมาสดใส เพิ่มพลังงานแก่เซลล์ การฟื้นฟูทำหลังจากทำความสะอาดและควรทำทุกๆสัปดาห์
ดูแลผิวด้วยขั้นตอนเฉพาะ
ดูแลผิวด้วยขั้นตอนพื้นฐาน
ดูแลผิวด้วยขั้นตอนพื้นฐาน
ขั้นตอนพื้นฐานสำหรับการดูแลผิวมี 4 อย่าง
คือ การทำความสะอาด,การปรับสภาพผิว,การป้องกัน และการให้ความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นขั้นตอนการดูแลผิวในแต่ละวัน ซึ่งผิวมีความต้องการสิ่งที่จำเป็น 10 อย่าง เพื่อคงรูปลักษณ์ที่ดี
การทำความสะอาด (Cleanse)
ควรทำความสะอาดผิวสองครั้งต่อวัน เป็นการชำระล้างไขมันส่วนเกิน,ความสกปรก ถ้าหากสิ่งสกปรกเหล่านี้ไม่ถูกขับออก อาจก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ผิวหมองคล้ำ บางครั้งเกิดการอักเสบได้
การปรับสภาพผิว(Tone)
ทำหลังจากขั้นตอนการทำความสะอาดวันละสองครั้ง ต้องทำทุกวันเพื่อปรับค่าpH,ลดความชัดเจนของรูขุมขน,ปรับสภาพผิวให้เย็นลง เพื่อเตรียมผิวสำหรับ รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์
การป้องกัน(Protect
)เ
ป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี แสงแดด สภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียด ปกป้องการทำงานของสีผิว และความชุ่มชื้นของผิว การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ก็สามารถช่วยปกป้องผิวได้เช่นกัน
การให้ความชุ่มชื้น(Hydrate)
ควรใช้วันละครั้ง ในตอนกลางคืนเพื่อเติมความชุ่มชื้นและซ่อมแซมผิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ดูแลผิวด้วยขั้นตอนพื้นฐาน
บทความที่ใหม่กว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)